Name:  img201810221304111.jpg
Views: 58
Size:  24.4 KB

ดวงตา ถือเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องหมั่นดูแลรักษา หนึ่งในวิธีบำรุงสายตาที่สามารถทำได้ง่ายๆ คือ การกินอาหารที่ดี มีประโยชน์และอุดมไปด้วยสารอาหาร เช่น วิตามินเอ ที่มีความสำคัญต่อการมองเห็น วิตามินเอ เป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง ต้องได้รับจากอาหารประเภทต่างๆ

สารอาหารและแหล่งอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา ได้แก่

1. วิตามินเอ มีส่วนช่วยในการทำงานของเซลล์ที่อยู่ที่จอประสาทตา ทำให้เซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการมองเวลากลางคืน

แหล่งอาหารที่พบ ได้แก่ ผักใบเขียวต่างๆ เช่น ผักบุ้ง คะน้า ตำลึง ผักโขม ปวยเล้ง กวางตุ้ง ขึ้นฉ่าย ขี้เหล็ก

2. แอนโธไซยานิน มีส่วนช่วยในการมองเห็น ช่วยปกป้องดวงตาจากอนุมูลอิสระต่างๆ สามารถยับยั้งการออกซิเดชั่นของเซลล์ของจอประสาทตาที่เกิดจากการกระตุ้นด้วยแสงได้

แหล่งอาหารที่พบ ได้แก่ ผักผลไม้สีม่วงและน้ำเงิน เช่น มะเขือสีม่วง แบล็คเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ดอกอัญชัน กะหล่ำปลีสีม่วง มันเทศสีม่วง

3. แคโรทีนอยด์ คือ เม็ดสีชนิดละลายในไขมัน ทำหน้าที่ปกป้องพืชจากรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด และสารก่อมะเร็งในสิ่งแวดล้อม แคโรทีนอยด์ จะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอภายในร่างกาย จึงถูกเรียกว่า Pro-Vitamin A

แหล่งอาหารที่พบ ได้แก่ ผักผลไม้สีเหลืองและส้ม เช่น แครอท ฟักทอง เบอร์รี่ มะม่วงสุก มะละกอสุก

4. กรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งประกอบด้วยกรด EPA และ DHA มีส่วนช่วยบำรุงสมอง ระบบประสาท และช่วยการทำงานของสายตา ลดภาวะการอ่อนล้าของสายตา มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะตาแห้ง

แหล่งอาหารที่พบ ได้แก่ ปลาทะเล โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน

5. ลูทีนและซีแซนทีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ช่วยบำรุงระบบการไหลเวียนของเลือดและเส้นเลือดฝอยที่เลี้ยงตา ป้องกันการเสื่อมประสิทธิภาพของดวงตา ช่วยลดความเสื่อมของจอประสาทตาและการเกิดต้อกระจกได้

แหล่งอาหารที่พบ ได้แก่ ไข่แดง ผักโขม ข้าวโพด บร็อคโคลี่

นอกจากการกินอาหารที่มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตาแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ต้องอ่านหนังสือหรือทำงานในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่เปิดโทรทัศน์ เล่นโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตในขณะที่ปิดไฟ แบ่งเวลาพักสายตา รวมถึงไม่เล่นติดต่อกันเป็นเวลานาน พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดอันตรายที่มีผลต่อดวงตา

หากมีอาการตาล้า พร่า เบลอ หรือตาแห้ง อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของการเกิดโรคตาต่างๆ

ที่มา : https://timeout.siamsport.co.th/health/view/95668